คิม แจจุงชอบทานหรือไม่ชอบทานอะไร?
ชอง ยุนโฮชอบไปที่ไหนเวลาเหงา?
คิม จุนซูชอบสัตว์ชนิดไหน?
ปาร์ค ยูชอนรักใครมากที่สุด?
ชิม ชางมินชอบฟังเพลงอะไร?
...
ตลกน่า...
ผมล้อเล่น^^
พวกคุณทุกๆคน และแคสสิโอเปียทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเหล่านี้เลยแม้แต่ข้อเดียว
ผมมักจะสงสัยอยู่เสมอที่ใครต่อใครมักจะตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวผม หรือเพื่อนๆในวง
ใครๆต่อใครมักจะพูดอยู่เสมอว่ารู้จักพวกผมดี...
ผมเคยคิดว่า ดีจัง ที่มีคนสนใจและพยายามที่จะรู้จักพวกเรามากถึงขนาดนี้
แต่ว่า...
วันหนึ่งที่ผมเดินอยู่บนพรมแดง รอบตัวรายล้อมไปด้วยเหล่าบรรดาแคสสิโอเปียที่ผมรักและแสนจะภาคภูมิใจในตัวพวกเขา
ท่ามกลางทะเลไฟสีแดงระยับที่ผมมักจะชื่นชมอยู่เสมอ...
ผมได้เห็น มุมหนึ่ง...ที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ภาพของแคสสิโอเปียคนหนึ่งที่กำลังหลั่งน้ำตา
ภาพของแคสสิโอเปียอีกคนที่กำลังหอบจนตัวโยน
และภาพของแคสสิโอเปียอีกหลายๆคน ที่มีสภาพไม่ต่างไปจากนักรบที่เพิ่งผ่านสมรภูมิอันดุเดือด
ผม...กำลังมีความสุขอยู่บนสิ่งที่ถูกต้องแล้ว....รึเปล่า?
ผมมักจะเฝ้าถามตัวเองเสมอหลังจากที่ต้องเห็นภาพเหล่านี้ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
ผมไม่ปฏิเสธว่าดีใจมากแค่ไหน ที่ได้มองเห็นผู้คนมากมายที่อดทนยืนรออยู่เพื่อผม
ผมไม่ปฏิเสธว่าสุขใจเพียงใด ที่ได้ยินเสียงแคสสิโอเปียตะโกนเรียกชื่อผม และวงทงบังชินกิ
ผมไม่เคยปฏิเสธได้เลยว่า ผมมีความสุขมากเพียงใด ยามได้เห็นภาพเบื้องที่เต็มไปด้วยแท่งไฟสีแดง
นับร้อย นับพัน นับหมื่น....
ทว่า...
ผมก็ไม่ปฏิเสธ ว่าผมเจ็บปวดมากแค่ไหนที่ใครซักคนต้องร้องไห้เพราะผม
ผมไม่ปฏิเสธ ว่าเศร้าใจมากแค่ไหนที่หลายๆคนต้องทรมานเพราะผม
ผมไม่ปฏิเสธ ว่าทุกข์ใจมากแค่ไหนยามที่ต้องเห็นหลายต่อหลายคนเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตา
ผมเคยคิดเสมอว่า ถ้าเป็นผมจะทำแบบนั้นไหม?
ถ้าเป็นผม ที่ชื่นชอบใครซักคน ผมจะมีแรง และพยายามได้อย่างพวกคุณรึเปล่า?
ผมเขียน นิยายเก่ง พวกคุณรู้ใช่ไหม?
แต่ว่า...ผมเป็นคนพูดอะไรที่อยู่ในใจออกไปได้ไม่เก่งนัก
ผมจึงได้แต่ทำในสิ่งที่ผมถนัด
ผมค่อยๆบรรจงแต่ละตัว เรียงถ้อยคำออกมาอย่างตั้งใจในทุกๆคำถาม
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องตามพวกผมอยู่เสมอ?
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องวิ่งตามในสิ่งที่ไม่มีวันไขว่คว้าได้?
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องแบกรับภาระมากมาย เพื่อซื้อของเกี่ยวกับพวกผม หรือเพื่อหาเงินมาสนับสนุนพวกผม
พวกคุณเหนื่อยบ้างไหม?
ผมใช้เวลา 5 นาทีในการพิมพ์คำถามเหล่านี้
2 นาทีเพื่อร้องไห้และปาดน้ำตา
และอีก 5 นาทีเพื่อพิมพ์คำถามต่อมา
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องตั้งใจค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของพวกผม ต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกผม (เพราะผมเห็นบางคนตั้งใจราวกับเป็นเรื่องราวของพวกผมเป็นบทเรียน)
รู้สึกแย่บ้างไหมที่ต้องทนฟังคนมากมายพูดถึงพวกผม ว่ารู้จักพวกผมดีอย่างนั้นอย่างนี้...ทั้งๆที่คุณเองก็รู้ดีเช่นกัน
เจ็บใจบ้างไหมที่ใครๆพยายามยกตนข่มคุณ ว่าเขารู้เรื่องพวกผมดีกว่า ว่าเขารู้จักพวกผมดีกว่า
เบื่อบ้างไหมกับคำถามแต่ละคำถาม ที่เหมือนจะถามเรื่องของพวกผม แต่ใจความลึกๆแล้วแฝงไปด้วยคำพูดที่ว่า คุณรู้จักพวกผมมาก...เท่าคนที่ตั้งคำถามรึเปล่า?
ผมพิมพ์คำถามได้แค่บางส่วนจากคำถามมากมายในหัวใจของผม
มือของผมสั่นเทา นัตย์ตาร้อนผ่าวและเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
ไม่ใช่เพราะผมเหงา หรือกำลังอ่อนแอ
แต่ผมตื้นตัน...
แคสสิโอเปียอาจรู้สึกเหมือนเป็นคนที่ห่างไกลจากพวกผม ได้แค่มองดูพวกผมห่างๆเท่านั้น
แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง
ผมก็เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ยืนมองพวกคุณได้จากที่ห่างไกลเช่นกัน
ทั้งๆที่อยากปลอบโยน อยากเช็ดน้ำตาให้พวกคุณมากเพียงใด ผมก็ไม่อาจทำได้
ไม่กี่นาทีต่อมา คำตอบมากมายจากเหล่าแคสสิโอเปียที่หลั่งไหลเข้ามาตอบทำเอาน้ำตาผมรื้นขึ้นมาอีกรอบ
อีสาดดำ
เดี๋ยวคืนนี้กูโทหามึงแน่
วันนี้กูไปโลตัสมา
กูเจอพี่มึงด้วย
เมาส์แตกเลย
เดี๋ยวจาเล่าให้ฟังนะ
อีดำ